เคล็ดลับที่ไม่ลับ วิธีการกำจัดคราบสกปรกที่เกิดขึ้นกับเสื้อสีขาว

ลองดูเสื้อผ้าของพวกคุณดูสิ ว่ามันยังดูสภาพดีเหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ๆหรือเปล่า?ใช่!เราไม่คิดว่ามันจะยังคงใหม่เหมือนเพิ่งซื้อหรอกใช่ไหม เพราะเมื่อคุณใส่ไปนานๆมักจะเกิดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้าของคุณ แม้ว่าคุณจะระวังสักแค่ไหนก็ตาม

ไม่ว่าเสื้อผ้าชุดโปรดของคุณจะดูดีและราคาแพงสักแค่ไหน หากมันมีคราบเปื้อนอยู่ที่คอปกเสื้อหรือที่ใต้รักแร้แล้วหล่ะก็ มันก็ช่างไม่น่าดูเอาเสียเลย และยังทำให้แม่บ้านของคุณต้องหัวเสียทุกครั้งที่ต้องทำความสะอาดมัน

อะไรที่เป็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการเกิดคราบสีเหลืองนี้ แน่นอนว่าสาเหตุหลักเกิดจากเหงื่อของเรานั่นเอง เมื่อร่างกายได้ขับของเสียออกมาให้รูปแบบของเหงื่อ มันก็จะมีส่วนที่เป็นน้ำมันออกมาด้วย และเมื่อมันทำปฏิกริยากับสภาพแวดล้อมหรือสัมผัสกับมลภาวะ มันก็จะก่อให้เกิดเป็นคราบที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสื้อสีขาวหรือเสื้อสีอ่อนๆของคุณ โดยจุดที่มักเกิดขึ้นมากที่สุดคือบริเวณปกคอเสื้อและใต้รักแร้นั่นเอง ซึ่งเมื่อแรกๆคุณอาจจะยังไม่เห็นคราบสกปรกนั้นหรอก เพราะเหงื่อและน้ำมันที่ออกมาจะซึมเข้าสู่เส้นใยของผ้าที่คุณสวมใส่ และเมื่อเหงื่อออกมามากๆเข้า ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วคุณก็นำเสื้อผ้าไปซักแล้วเก็บมันไว้ นานวันเข้ามันก็จะปรากฏคราบสกปรกนั้นขึ้นมา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณไม่ปรารถนาและหลีกเลี่ยงไม่ได้

Jennifer Ahoni นักวิทยาศาสตร์และผู้เชียวชาญด้านใยผ้าของ Procter and Gamble กล่าวว่า น้ำมันที่ออกมาจากร่างกายก็เหมือนกับน้ำมันหอมระเหยอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อมันทำปฏิกิริยาแล้วเกิดคราบบนเสื้อผ้าแล้ว มันยากมากที่จะกำจัดคราบที่เกิดขึ้นออกไปได้ เพราะมันไม่สามารถรวมตัวกับน้ำได้

หลังจากที่ร่างกายขับเหงื่ออกมา แล้วเสื้อผ้าที่คุณใส่ดูดซับเหงื่อนั้นไว้ ไม่ว่าคุณจะซักผ้าบ่อยแค่ไหนหรือสะอาดแค่ไหนก็ตาม สิ่งสกปรกที่ถูกสะสมไว้ที่ปกเสื้อหรือตามใต้รักแร้มันก็ยังคงอยู่ และก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีเทา ซึ่งเรื่องที่คุณผู้ชายทั้งหลายคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่ปัญหานี้มักจะเกิดกับคุณผู้ชายมากกว่าคุณผู้หญิง เพราะผู้ชายจะมีอัตราการเกิดเหงื่อง่ายกว่าและผู้ชายมักจะมีเหงื่อมากกว่าผู้หญิง

ถึงเวลาแล้วที่คุณจะขจัดคราบสกปรกเหล่านั้นออกไปจากเสื้อผ้าตัวโปรดของคุณ

 

มาพบกับ 6 วิธีจัดการกับคราบสกปรกบนเสื้อผ้า

กันไว้ก่อนแก้….สู้กับคราบสกปรก ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น!

แน่นอนว่าเราไม่สามารถบอกให้ร่างกายหยุดการขับเหงื่อออกมาได้จริงไหม แต่เราสามารถควบคุมการขับเหงื่อของร่างกายได้ การขับเหงื่อออกมาจากร่างกายเป็นกลไกที่ถูกสร้างมาเพื่อให้ร่างกายของเราเย็นลง เมื่อร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ประโยชน์ของการที่ร่างกายขับเหงื่อออกมาเพื่อรักษาอุณหภูมินั้น มันส่งผลเสียให้เราต้องเสียเงินเพื่อซื้อเสื้อตัวใหม่ เพราะฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ในที่ที่มีความร้อนสูง แต่หากต้องอยู่ในสถานะการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หล่ะ? Stephanie Cvetkovic ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับ “เคล็ดลับการดูแลบ้านอย่างชาญฉลาด” ได้แนะนำว่า เราควรใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบโรลออน หรือสเปรย์ที่ช่วยยับยั้งการไหลของเหงื่อได้มากที่สุด สารอลูมิเนียมที่อยู่ในสเปรย์ระงับกลิ่นกายยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดคราบเหลืองบนเสื้อผ้าเมื่อมันสัมผัสกับเหงื่อ และยิ่งเหงื่อออกมามากขึ้นเท่าไหร่ก็จะทำให้เกิดคราบที่ฝังแน่นซึ่งยากต่อการทำความสะอาด

Cvetkovic พูดว่า “เคล็ดลับหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือการทาแป้งโรยตัวบางๆหลังจากทาโรลออนก่อนที่คุณจะสวมใส่เสื้อผ้า”

วิธีนี้จะช่วยดูดซับความชื้นและทำให้ใต้วงแขนของคุณแห้งอยู่ตลอดเวลาและช่วยลดการเกิดเหงื่ออีกด้วย และที่สำคัญอย่าสวมเสื้อของคุณเกินกว่า 1 ครั้ง เมื่อคุณใส่เสื้อตัวนั้นแล้ว คุณควรจะโยนมันเข้าเครื่องซักผ้าทันที เพื่อป้องกันการเกิดคราบ หรือไม่อย่างนั้นคราบที่กำลังจะเกิดขึ้นมันจะกลายเป็นคราบที่ทำความสะอาดยากขึ้นไปอีก Cvetkovic กล่าว

เกิดแล้วก็แก้ได้….สู้กับคราบสกปรก หลังจากที่มันเกิดขึ้นแล้ว!

Ahoni พูดว่า การป้ายน้ำส้มชูลงบนคราบเปื้อนได้ผลชะงัด ซึ่งน้ำส้มสายชูจะทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างเนื้อผ้ากับคราบเหงื่อ โดยควรป้ายน้ำส้มสายชูลงบนคราบแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาที แล้วนำผ้าไปแช่ไว้ในผลิตภัณฑ์ซักผ้า อย่างน้อย 20-30 นาที แล้วค่อยนำผ้าไปซักตามปกติ หรืออาจใช้น้ำยาขจัดคราบบนเสื้อผ้าผสมน้ำแล้วซักตามปกติก็ได้เช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อซักผ้าแล้วตากจนแห้งแล้ว เรายังสามารถทำซ้ำกี่ครั้งก็ได้แล้วแต่คุณต้องการจนกว่าคราบสกปรกจะหลุดออกไป

นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษที่ใช้สำหรับขจัดคราบเหงื่อไคลโดยเฉพาะ ซึ่งเราควรมีผลิตภัณฑ์นี้ติดบ้านไว้ทุกบ้าน Cvetkovic ยังเสริมอีกว่า วิธีการขจัดคราบบนเสื้อผ้าอีกหนึ่งวิธี คือการใช้เกลือ 5 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำร้อน 1 ลิตร แล้วใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำเกลือที่ผสมไว้แล้วค่อยๆถูลงบนคราบเปื้อนเบาๆจนกว่าคราบเปื้อนจางลง แล้วค่อยน่ำเสื้อผ้าลงเครื่องซักผ้าใส่เบคกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวงลงไป แล้วปั่นตามปกติ

Source : Menshealth

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *