สามารถใช้ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ในการบอกถึงสุขภาพที่ดีได้จริงหรือ

การออกกำลังกายเราควรคำนึงถึงสุขภาพที่ดี และน้ำหนักที่พอเหมาะ บางคนอาจลืมไปแล้วว่าค่า BMI หรือ ค่าดัชนีมวลกาย มีความสำคัญต่อสุขภาพ ในปัจจุบันได้มีการศึกษาเกี่ยวกับค่า BMI พบว่าค่าดังกล่าวไม่สามารถแยกแยะระหว่างไขมันและกล้ามเนื้อที่รวมกันอยู่ และจากศึกษาพบว่ามันไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้น เราควรใช้เครื่องมือช่วยในการวัดและตรวจเช็ครวมกับการใช้ค่า BMI ร่วมด้วย

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ย่อมาจากคำว่า “body mass index” เป็นค่าที่ได้จากการวัดสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูงของมนุษย์ ค่า BMI มีนิยามว่า มวลกายหน่วยเป็น กิโลกรัม หารด้วย ค่าความสูง เมตรยกกำลังสอง และแสดงในหน่วยกิโลกรัมต่อเมตรกำลังสอง เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันโดยทั่วไป

แน่นอนว่าค่า BMI ใช้ในการวัดปริมาณมวลเนื้อเยื่อ (กล้ามเนื้อ ไขมันและกระดูก) ในของแต่ละตัวบุคคล แล้วจำแนกบุคคลนั้นว่า มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์, น้ำหนักตามเกณฑ์, น้ำหนักเกินเกณฑ์หรืออ้วนขึ้นอยู่กับค่าที่ได้ พิสัย BMI ที่ยอมรับกันทั่วไปมีดังนี้ น้อยกว่า 18.5 คือ ต่ำกว่าเกณฑ์, 18.5 ถึง 25 คือ ตามเกณฑ์, 25 ถึง 30 คือ เกินเกณฑ์ และเกิน 30 คือ อ้วน อย่างไรก็ดี มีข้อโต้แย้งออกมาว่า เส้นแบ่งระหว่างหมวดหมู่บนมาตรา BMI ควรอยู่ที่จุดใด

 

คำแนะนำที่ถูกต้องในการหาค่าสุขภาพ โดยการวัด BMI

การคำนวณจะพิจารณาจาก ความสูงและน้ำหนัก ของคุณ แล้ว บอกคุณว่าคุณน้ำหนักขาด สุขภาพ น้ำหนักเกิน หรืออ้วน โดยการวัด BMI ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1800 โดยนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อว่า “Adolphe Quetelet” จากประเทศเบลเยียม โดยในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ค่าดังกล่าวได้รับการรับรอง โดยรัฐบาลทั่วโลกได้ตรวจวัดค่าดัชนีมวลกาย ของคนทำงานพบว่า ไม่มีน้ำหนักเกิน

ภาวะน้ำหนักเกินในหญิงสาวคนหนึ่งได้ใช้การวัดค่าดัชนีมวลกาย ในระหว่างที่ทำการลดน้ำหนักจาก 100 ปอนด์ ใน 18 เดือน พบว่าให้ผลที่ดี

แต่นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพออกมาให้ความเห็นว่า BMI เป็นค่ามี่วัดได้อย่างสมบูรณ์แบบของสุขภาพที่เราเคยคิดว่า ไม่สามารถศึกษาได้ โดย UCLA ได้สรุปว่า จะมีค่า BMI ที่เหมาะสมแต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่า หลายสิบล้านคนที่มีน้ำหนักเกิน และโรคอ้วน  แต่พวกเขายังพบว่า ร้อยละ 30 ของคนที่มี BMI ไม่เหมาะสม แต่กลับมีสุขภาพดี

ดังนั้น จะเกิดอะไรขึ้น มีเหตุผลทำไมที่เราจะวัดค่า  BMI ในเมื่อค่าที่วัดได้ไม่ถูกต้องการวัดสุขภาพของพวกเราหลายคน ถูกทำให้เชื่อว่าค่า BMI ไม่สามารถแยกแยะระหว่างไขมันและกล้ามเนื้อได้อย่างเหมาะสม

ไขมันหนึ่งปอนด์ขึ้นไดรฟ์ข้อมูลขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่าปอนด์ของกล้ามเนื้อ แม้ว่าพวกเขามีน้ำหนักที่แน่นอนเหมือนกัน ซึ่งกล้ามเนื้อมีความหนาแน่นกว่าไขมันอยู่ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์

จากผลข้างต้นทำให้ ค่าดัชนีมวลกาย BMI ยังไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก โดยมีข่าวว่า “น้ำหนักเกิน” โดยค่าดัชนีมวลกายของพวกเขา มีน้ำหนักเกิน และอ้วนไปผู้เชี่ยวชาญทางกายภาพเกี่ยวกับค่าBMI  อธิบายว่า เขาเชื่อว่า BMI เป็นเพียงการหาค่าของน้ำหนักประชากรที่มีขนาดใหญ่ เขากล่าวว่า มันไม่ควรใช้วัดในรายบุคคล ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก เชื่อว่า การวัดค่าค่าดัชนีมวลกาย จะให้ค่าเฉลี่ยที่เป็นวงกว้างเกินไป  สนับสนุนกับผลวิจัย จากตัวอย่างสองหญิงสาวที่เข้าเล่นฟิตเนสเพื่อออกกำลังกาย ผลวิจัยพบว่าว่า หญิงทั้งสองอายุเดียวกัน น้ำหนัก และความสูงเท่ากัน แต่กลับมีค่า BMI ดัชนีมวลกายที่ไม่ตรงกัน ถือเป็นเรื่องที่แปลก

ผลวิจัยจากสถาบัน UCLA พบว่า”ถึงแม้ว่าหญิงคนแรกจะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายต่ำ เปอร์เซ็นต์ของมวลกล้ามเนื้อที่สูง และส่วนหญิงคนที่สองจะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายที่สูงและมวลกล้ามเนื้อต่ำเปอร์เซ็นต์ของ”ทั้งสองคนสามารถออกมาพร้อมกับค่า BMI เดียวกัน แม้จะมีองค์ประกอบของร่างกายที่แตกต่างกันอย่างมาก

ค่าดัชนีมวลกาย ปัญหาอื่นคือ ว่า ไม่มีวัดหรือคำนึงถึงค่าไขมันในร่างกาย จากผลวิจัยพบว่า คนคนหนึ่งอาจมีไขมันมาก และเมื่อวัด BMI กับพบว่า รูปร่างผอม  ในขณะที่อื่นอาจมีไขมันกระจายทั่วร่างกายของพวกเขากัน ทั้งสองอาจมี BMI เดียวกัน แต่คนเดิมจะมีความเสี่ยงสูงที่จะมีสุขภาพที่ไม่ดี ขณะที่ค่าไขมันที่วัดออกมาได้กลับเป็นอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีผลการวัดจำนวนมากที่มีผลออกมายังไม่ดี พร้อมกับการวัดค่า BMI

การออกกำลังกาย 30 นาทีสำหรับ หลังมื้อเที่ยงของคุณ นี้ได้นำผู้คนมาหาข้อสรุปว่า การวัดส่วนที่สำคัญอย่าง สะโพกของคุณอัตราส่วนเอว ตามที่องค์การอนามัยโลก นี้ควรจะไม่เกิน 0.85 สำหรับผู้หญิงและสำหรับผู้ชาย 0.9 มันเป็นสิ่งสำคัญที่มองไปที่ที่วางของไขมัน รอบลำตัวมากเกินไปเป็นสาเหตุการเกิดของโรค

ทางสถาบันวิจัยด้านสุขภาพ UCLA ที่ตัวอย่างของคน ที่มี BMI สุขภาพที่ดี แต่ความเสี่ยงอัตราการตายสูงกว่า 87 เปอร์เซ็นต์มากกว่าคนที่มี BMI ต่ำกว่าแต่สุขภาพดี

มีสูตรการหาค่าดัชนีมวลกาย ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์เป็นทางเลือกในการวัดค่าทางสุขภาพ ใน ปี 2013 นักคณิตศาสตร์ Nick Trefethen วิเคราะห์เชิงตัวเลขของอาจารย์ที่ Oxford University เสนอว่า การคำนวณที่ดีคือการ น้ำหนัก  และหารด้วยค่าความสูงของคุณกำลังสอง การคำนวณมีแนวโน้มที่ดี แต่ก็ยังคงมีข้อบกพร่อง

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ชอบที่จะใช้การรวมกันของมาตรการเพื่อประเมินสุขภาพ รวมทั้งร่างกายเปอร์เซ็นต์ไขมัน เอวสะโพกอัตรา BMI (ดัชนีกาย adiposity), การวัดทางกายภาพ น้ำหนัก และติดตามแรงหรือปรับปรุงหัวใจ

Source : Independent

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *