ทำไมพุทธศาสนาถึงกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในโลกตะวันตก

มุมมองเกี่ยวกับพุทธศาสนาในโลกตะวันตกมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในช่วงเวลาหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาผู้คนมีความเข้าใจใน Buddhadharma กันมากขึ้นกว่าเดิม ในประเทศตะวันตกหลาย ๆ ประเทศมีทั้งผู้ที่นับถือและบุคคลชั้นสูงที่ให้ความสนในพุทธศาสนาเกิดขึ้นอย่างมากมาย

แม้ว่าบทความในหน้าหนังสือพิมพ์จะไม่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก โดยเฉพาะการทำสมาธิที่เป็นแนวทางปฏิบัติซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ดีพุทธศาสนาก็มิใช่ปรัชญา เพราะปรัชญาคือระบบความคิดที่อิงตามเหตุผลเชิงตรรกะ แต่พุทธศาสนาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตระหนักถึงความจริงในขณะที่แยกออกจากความคิด ความจริงที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบนั้น เป็นความจริงที่อยู่นอกเหนือไปจากระบบความคิดทั้งมวล นอกจากนี้แล้ว พุทธศาสนายังเป็นวิถีชีวิต เป็นวัฒนธรรมแห่งความสุข

แม้คนส่วนใหญ่ในโลกตะวันตกจะมีแนวคิดว่าทุกศาสนามีความแตกต่างกัน และศาสนาทั้งหลายก็สอนให้ทุกคนเป็นคนดี ศาสนาส่วนใหญ่มีคำสอนคล้ายกันคือสอนให้หลีกเลี่ยงสิ่งชั่วร้ายทั้งมวลและให้ทำแต่สิ่งดี ๆ อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการฝึกฝนที่จะกระทำแต่สิ่งดี ๆ และหลีกเลี่ยงการดำเนินชีวิตที่ไร้ศีลธรรมและชั่วร้ายเลวทรามแล้ว สิ่งที่สำคัญมากที่เรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานของพุทธศาสนาก็คือการทำจิตใจให้บริสุทธิ์  และตามคำสอนของพุทธศาสนา Mind หรือ จิตใจ เป็นแหล่งที่มาของความสุข, ความทุกข์, ความเกลียดชัง, และความโง่เขลาทั้งหมดทั้งมวล

 

ทำไมชาวพุทธถึงเป็นที่สนใจในยุคปัจจุบัน?

เพราะพระพุทธเจ้าทรงมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ – แม้ว่าพระองค์จะไม่ใช่นักวัตถุนิยมก็ตาม สิ่งที่ท่านสอนนั้นตรงกับแนวความคิดและสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ พุทธศาสนาเป็นศาสตร์แห่งจิต – คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเหมือนวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงมีคำสอนที่ลึกซึ่ง แต่ก็ปฏิเสธการเชื่อตามพระองค์อย่างขาดการพิจารณา พระองค์ทรงแนะให้เราทดลองกับตัวเองดูก่อนแล้วจึงค่อยเชื่อซึ่งเหมือนกับวิธีทางวิทยาศาสตร์ เมื่อพบว่าคำสอนนั้นตรงกับประสบการณ์ของเราและมีความเป็นไปได้แล้ว เราจึงทำตามคำแนะนำนั้น พุทธศาสนาสอนให้ไม่ให้เชื่อเรื่องงมงายเรื่องที่ไร้เหตุผล แต่สอนให้พิสูจน์ดูก่อนแล้วจึงเชื่อ ดังที่พระสูตร Kalama Sutra กล่าวว่า

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะได้ฟังตาม ๆ กันมา

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะเป็นประเพณีที่ถือสืบ ๆ กันมาหลายชั่วอายุคน

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีข่าวลือมากมาย

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีบันทึกไว้ในตำราหรือคัมภีร์

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะตรรกะ

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะอนุมาน

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะคิดตรองตามแนวเหตุผล

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะตรงกับความเห็นที่เรามี

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดมีความน่าเชื่อถือ

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้นี้คือครูอาจารย์ของเรา

แต่จะเชื่อได้ก็ต่อเมื่อคุณได้ทำการสังเกตและใช้การวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว และมีการพิสูจน์ทดสอบกับตัวเองดูแล้วว่าเป็นจริงตามนั้น และคำสอนเหล่านั้นเป็นคำสอนที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษย์ทั้งหลาย

และนี่ก็คือทัศนะที่มีต่อพุทธศาสนาของนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง

“หากมีศาสนาใดที่จะรับมือกับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ศาสนานั้นก็คือพุทธศาสนา” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

“พระพุทธศาสนามีลักษณะที่เป็นที่คาดหมายของศาสนาแห่งจักรวาลในอนาคต: มันเหนือกว่าพระเจ้าอย่างเป็นบุคคล หลีกเลี่ยงการบังคับให้เชื่ออย่างไม่ต้องสงสัยและเทววิทยา คำสอนในพุทธศาสนาครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตวิญญาณ” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

พระพุทธศาสนายังมีมุมมองร่วมกับอัลเบิร์ตไอน์สไตน์อีกด้วยในเรื่องของการขยายความเมตตาของเราเพื่อรวมเอาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ ด้วยวิธีนี้จะไม่มีสงครามหรือความรุนแรงอีกต่อไป พระพุทธศาสนาไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับสงครามศาสนามาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้ใช้ความก้าวร้าวรุนแรง ทรงสอนเรื่องความรักความเมตตาและความกรุณา  ความรักของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ความรักธรรมดา – แต่เป็นความรักที่เสียสละและไม่มีเงื่อนไข พระองค์ไม่เลือกปฏิบัติว่าใครเป็นใครเพราะท่านรักแม้กระทั่งคนที่หลงลืมอย่างปราศจาการรู้ตัวและเป็น “ความชั่วร้าย” พระองค์ไม่มีความเกลียดชังต่อสิ่งเหล่านี้เลย …

“มนุษย์คนหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมดที่เราเรียกว่า เอกภพ เป็นส่วนเสี้ยวที่ถูกจำกัดด้วยอวกาศและเวลา เขาได้รับประสบการณ์ด้วยตัวเขาเองเป็นความคิดและความรู้สึกที่แยกออกจากส่วนที่เหลือ … เป็นภาพลวงตาของจิตสำนึกของเขา ความเข้าใจผิดนี้เป็นเรือนจำสำหรับเรา โดยจำกัดความต้องการส่วนตัวของเราและมีความสนิทเสน่ห์หาให้กับคนไม่กี่คนที่อยู่ใกล้ชิดกันกับเรา ภารกิจของเรา ก็คือการปลดปล่อยตัวเราเองออกจากการคุมขังโดยการขยายวงล้อมของความเมตตาให้โอบล้อมสรรพชีวิตและธรรมชาติทั้งหมดในความงามของมัน “อัลเบิร์ตไอน์สไตน์

พุทธศาสนากำลังแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วในประเทศตะวันตกในปัจจุบัน ซึ่งตรงกับคำทำนายเมื่อหลายพันปีก่อนโดย Padmavamsava นักบวชทางพุทธศาสนาผู้รู้แจ้งซึ่งนำธรรมสู่ทิเบต ซึ่ง Padmavamsava ได้กล่าวในคำทำนายที่มีชื่อเสียงว่า

เมื่อนกเหล็กบินและม้าวิ่งบนล้อคนทิเบตจะกระจัดกระจายอยู่เหมือนมดทั่วโลกและธรรมะจะมาถึงดินแดนของชายผิวแดง”

ในคำพยากรณ์นี้นกเหล็กหมายถึงเครื่องบิน และม้าที่วิ่งบนล้อหมายถึงยานพาหนะเช่นรถ ธรรมหมายถึงความจริงของคำสอนที่สอนโดยพระพุทธเจ้าขณะที่ “คนทิเบตจะกระจัดกระจายอยู่เช่นมดทั่วโลก” หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่คนทิเบตถูกรุกรานโดยชาวจีนจนทำให้ชาวธิเบตต้องถูกเนรเทศให้แยกย้ายกันไปทั่วโลก ส่งผลให้ศาสนาพุทธกระจายไป (มิฉะนั้นทิเบตจะยังคงเป็นประเทศที่ปิดตัวเองจากโลกภายนอก)

คำทำนายเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว หลายประเทศทั่วโลกนักเผยแผ่ศาสนาพุทธเผยแผ่ธรรมได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำให้ชาวตะวันตกยอมรับคำสอนของพระพุทธเจ้า

พุทธศาสนาในโลกตะวันตกเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในออสเตรเลียแคนาดาและหลายประเทศในยุโรปและกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯโดยที่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรในพุทธศาสนาของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากศูนย์ใกล้ถึง 2% ประชากรอเมริกันประมาณ 5 ล้านทีเดียวที่เป็นชาวพุทธ ในปัจจุบันในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาและจำนวนพุทธศาสนิกชนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Source : Sgforums

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *