20 สถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ ดินแดนที่สวยยิ่งกว่าสวรรค์ ก่อนตายต้องไปให้ได้

วันนี้ผมมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดแปลก และมหัศจรรย์มาแนะให้ทำให้ท่านผู้อ่านที่อยากไปท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นรับรองเลยว่าเปรียบเหมือนสวรรค์ที่อยู่บนโลกของเราจริงๆเลยก็ว่าได้ เราไปดูกันเลยว่า แต่ละสถานทีนั้นสวยงามอย่างที่ผมพูดไว้หรือป่าว

 

1. The Grand Canyon

เป็นดินแดนของหินผาและหุบเหว หน้าผามีความสูงอยู่ที่ 1,600 เมตร และมีหุบเหวสูง 450 กิโลเมตร สถานที่นี้อยู่ในรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจำนวนปีละกว่าแสนคนเลยทีเดียว

 

2. Kelimutu Crater Lakes

ภูเขาไฟ Mount Kelimutu ที่มีทะเลสาบอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ The Lake of Old People (Tiwu Ata Mbupu) ,  The Lake of Young Men and Maidens (Tiwu Nuwa Muri Koo Fai) และEnchanted Lake (Tiwu Ata Polo) โดยแต่ละน้ำในทะเลสาบแต่ละแห่งจะมีสีไม่เหมือนกัน อีกทั้งน้ำในทะเลสาบยังสามารถเปลี่ยนสีได้อีกด้วย ตั้งอยู่ในอุทธยานแห่งชาติขนาดเล็ก บนเกาะ Flores ประเทศอินโดนีเซีย Kelimutu Crater Lakes จึงกลายเป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

 

3. Zhangye Danxia landform

เกิดจากเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเมื่อ 24 ล้านปีก่อน การกัดเซาะของหินทรายสีแดงที่รวมกับตะกอนอื่นๆ จนเกิดเป็นผลงานที่สุดอลังการของโลกขึ้นมา Zhangye Danxia landform อยู่ในเขตมณฑลกันซู่ ประเทศจีน

 

4. The Great Blue Hole

หลุมขนาดยักษ์ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 300 เมตร ลึกประมาณ 125 เมตร จมอยู่ใต้น้ำนอกชายฝั่งของประเทศเบลิซ สันนิษฐานกันว่าเมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้เคยเป็นถ้ำหิน Limestone ต่อมาน้ำทะเลได้ท่วมถ้ำจนหมด

 

5. Keukenhof

สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวมดวกไม้กว่า 7 ล้านดอก บนพื้นที่ 320,000 ตารางเมตร โดยจะมีดอก “ทิวลิป” เป็นไฮไลท์ของงานนี้ สำหรับใครที่ชื่นชอบดอกไม้ ผมแนะนำให้ไปสถานนี้ที่นี้เลยครับ

 

6. Mamanuca Islands

เป็นเกาะเล็กๆ ในหมู่เกาะฟิจิ สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนเกาะสวรรค์ที่อยู่บนโลก เพราะความงามที่บริสุทธิ์โดดเด่นที่เป็นธรรมชาติอย่างกับในหนังเทพนิยาย และยังมีกิจกรรมสนุกๆหลายรูปแบบให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุก มีจุดดำน้ำชมประการังที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกด้วย

 

7. Whitehaven Beach

เป็นเกาะที่มีเม็ดทรายขาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร เม็ดทรายในหาดมีลักษณะเป็นซิลิกาถึง 98 เปอร์เซ็นต์ หาดแห่งนี้จึงมีสีขาวสะอาดตาแบบสุดขั้ว สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะวิทซันเดย์ ในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย

 

8. Iguazu Fall

ได้รับการยอมรับว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุด ถูกใช้เป็นฉากในการถ่ายภาพยนตร์หลายครั้ง ลักษณะของน้ำตกเป็นรูปอักษรตัว U มีความสูง 5,000 ฟุต และยาว2,000 ฟุต ด้วยองประกอบที่น่าสนใจหลายอย่าง ทำให้น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเสียงมากที่สุดในอเมริกาใต้ สถานที่แห่งนี้ฝั่งขวาตั้งอยู่ในเขตของรัฐปารานา ประเทศบราซิล ฝั่งซ้ายตั้งอยู่ที่รัฐมีซีโอเนส ประเทศอาร์เจนตินา

 

9. Aogashima Volcano

เป็นเกาะภูเขาไฟซ้อน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่เกาะอิซุ ในน่านน้ำทะเลฟิลิปปินส์ มหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ห่างจากเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นไปทางตอนใต้ประมาณ 358 กิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางของเกาะ 1.5 กิโลเมตร สำหรับใครที่ชอบการปีนเขา ตั้งแคมป์ ผมแนะนำให้ไปเที่ยวเกาะนี้เลย อีกทั้งยังมีน้ำพุร้อน และกิจกรรมดำน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกอีกด้วย

 

10. Beautiful Landscapes of Faroe Islands

เรียกง่ายว่า หมู่เกาะแฟโร เป็นประเทศที่มีจำนวน 18 เกาะ ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างสกอตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ มีพื้นที่ประมาณ 1,399 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลยาวรวม 1,117 กิโลเมตร ไม่ติดกับประเทศใดๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับทัศนียภาพงดงาม สำหรับใครที่ชอบการผจญภัยตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไปเที่ยวเกาะแห่งนี้ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

 

11. Cinque Terre

เป็นหมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กัน ได้แก่ Corniglia (คอร์นีเลีย) ,  Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร) , Manarola (มานาโรลา) , Vernazza (เวร์นาซซา) และRiomaggiore (ริโอมัจจอร์เร) โดยมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน ติดทะเลอันกว้างใหญ่ ซึ่งทำให้หมู่บ้านแห่งนี้สวยงามราวกับเกิดจากการวาดขึ้นเองของจิตรกร สำหรับการเดินทางไปสถานที่แห่งนี้ ต้องใช้ความอดทนพยายาม เพราะเส้นทางการเข้าไปค่อนข้างลำบากเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตแคว้นลิกูเรีย ประเทศอิตาลี

 

12. Mendenhall Ice Caves of Juneau

เป็นถ้ำที่มีธารน้ำแข็งที่สวยงาม มีความยาวประมาณ 12 ไมล์ มีความกว้างมากที่สุดครึ่งไมล์ และลึก 300-1,800 ฟุต ประกอบด้วยน้ำแข็งขนาดใหญ่ประมาณ 38 ก้อน และน้ำแข็งขนาดเล็กมากกว่า 100 ก้อน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ นับเป็นที่ที่สวยงาม และตระการตาแห่งหนึ่ง ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 1,000 คนต่อปี มีกิจกรรมหลักคือ การพายเรือแคนู และเรือคายัค ตั้งอยู่ในเมืองจูโน อลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

13. Cappadocia

เป็นสถานที่มีปริศนาทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก บางแห่งมีความแปลกจนน่าทึ่ง ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นบนโลกของเรา สิ่งที่น่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ก็คือ การชมปล่องไฟนางฟ้า เทือกเขาที่เหมือนรังผึ้งที่เกิดอุกกาบาต  บอลลูนลมร้อน เป็นต้น ตั้งอยู่ในภูมิภาคตอนกลางของประเทศตุรกีที่ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเนฟชีร์

 

14. Victoria Falls

เป็นน้ำตกที่มีแม่น้ำแซมเบซีไหลลงจากหน้าผาสูง 108 เมตร กว้าง 1,700 เมตร อยู่ระหว่างประเทศซิมบับเว กับ ประเทศแซมเบีย ทำให้เกิดเป็นน้ำตกที่มีขนาดกว้างที่สุดในโลก จนได้รับการรับเลือกเป็นมรดกโลก ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้ง 2 ประเทศ และมีการสร้างโรงแรมพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นมา

 

15. Salar de Uyuni

ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถานที่นี้ตั้งอยู่ในประเทศโบลิเวีย มีพื้นที่ประมาณ 10,852 ตารางกิโลเมตร นับเป็นสถานที่สุดพิเศษอีกหนึ่งที่ การสะท้อนของทะเลกับท้องฟ้าที่ทำให้เราเคลิ้มไปกับบบรยากาศ ถึงขั้นได้รับขนานนามว่า ผืนฟ้าจรดผืนโลก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเข้ามาเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย

 

16. Hiller lake (pink lake)

ทะเลสาบนำเค็มสีชมพู สถานที่แห่งนี้อยู่ในเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะ Recherche Archipelago ประเทศออสเตรเลีย โดยทะเลสาบมีความยาวประมาณ 600 เมตร มีเกลือสีขาวปกคลุมล้อมรอบ และมีต้นไม้ล้อมรอบเอาไว้ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถวิเคราะได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่สันนิษฐานเบื้องต้น คือ ที่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้มีจำนวนมาก จนทำให้น้ำกลายเป็นสีชมพู

 

17. Giant’s Causeway

เกิดแท่งเสาหินทรงหกเหลี่ยมจำนวนกว่า 40,000 แท่ง เรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติล้วนๆ สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า ทางเดินยักษ์ โดยมีความเชื่อในตำนานเล่าต่อๆกันมา จน UNESCO ได้ประกาศให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมรดกโลก ตั้งอยู่ บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เหนือ

 

18. Glow worm cave

ถ้ำหนอนเรืองแสง ที่ระยิบระยับเหมือนกับดวงดาว ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้าไปชม ติดอยู่ในห้วงภวังค์ของความสวยงามอย่างแน่นอน สถานที่นี้ตั้งอยู่ในเกาะเหนือ ทางตอนใต้ของเมืองไวกาโต ประเทศนิวซีแลนด์

 

19. Panjin Red Beach

หาดสีแดง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ของสาหร่ายเติบโตในดินเค็ม โดยในช่วงฤดูร้อนสาหร่ายยังเป็นนสีเขียวปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง สาหร่ายจะเริ่มกลายเป็นสีแดง ซึ่งปกคลุมพื้นที่กว่า 100 ตารางกิโลเมตร ทำให้เกิดเป็นหาดสีแดงน่าชม สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ เมืองผ่านจิน ประเทศจีน

 

20. Sea of Stars on Vaadhoo Island

ทะเลแห่งดวงดาว ที่ระยิบระยับสวยงามแห่งเกาะมัลดีฟส์ แสงที่เกิดขึ้นตามขอบทะเลเหมือนดวงดาวนั้น ที่จริงแล้วคือ จุลินทรีย์ทางทะเลหรือแพลงก์ตอนพืชที่มีชื่อว่า Bioluminescent Dinoflagellates ซึ่งมีกว่า 720,000 เซลล์ต่อน้ำ 1 แกลลอน โดยจะสะสมพลังจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน และเปล่งแสงสวยงามให้เราได้ชมในตอนกลางคืน

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์แต่ละที่ ถ้าเกิดผู้อ่านท่านใดไปเที่ยวมาแล้ว มาเล่าประสบการณ์ให้กันฟังบ้างนะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *