สุดยอดเทคนิคของ FBI ในการโน้มน้าวใจคนขั้นสูง ที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า FBI หรือ Federal Bureau of Investigation คือเจ้าหน้าที่พิเศษที่มีความรู้ความสามารถที่พิเศษสุดๆ เพราะกว่าจะเป็น FBI ได้ ต้องผ่านด่านทั้งด้านทักษะ ไหวพริบปฏิภาณ ความรู้ระดับสูง และฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก ว่าง่ายๆก็คือ ต้องเก่งในทุกๆด้านเลยทีเดียว กว่าจะเป็น FBI ได้ ซึ่งเราจะเห็น FBI ในหนังหรือภาพยนตร์มามากมาย โดยบุคคลเหล่านี้จะออกมาเพื่อช่วยสืบคดี ซักถามข้อมูลจากคนร้ายด้วยเทคนิคทางจิตวิทยา หรือต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ซึ่งบางคนก็คงมีความฝันอยากจะเป็น FBI เลยทีเดียว

ในวันนี้ผมจึงขอนำประเด็นสำคัญเรื่องการโน้มน้าวใจคนที่ FBI ใช้เพื่อเกลี้ยกล่อมคนร้าย หรือสอบถามพยานและคนร้าย ด้วยเทคนิคทางจิตวิทยาขั้นสูง ซึ่งถูกออกแบบมาจนเป็นโมเดลที่สมบูรณ์แบบ มีลำดับการดำเนินการของขั้นตอนที่ดี และสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้

 

ขั้นตอนที่ 1 การตั้งใจฟังบุคคลที่เราสอบถามอย่างตั้งใจ

การที่ FBI ต้องช่วยเหลือตัวประกันจากคนร้ายนั้น จะมีการเริ่มขั้นตอนแรกที่สำคัญก่อน คือการสอบถามเหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ เพราะคนเราก่อนจะทำเรื่องอะไรที่ไม่ดีหรือแย่ๆ จะต้องเจอปัญหาที่ทำให้จิตใจของเขาแย่ลงจนทำในสิ่งที่ไม่ดีขึ้นมาได้ เมื่อ FBI สอบถามคนร้ายไปแล้ว จะต้องตั้งใจฟังสิ่งที่คนร้ายพูดออกมาแบบตั้งใจ ห้ามขัดจังหวะเมื่อคนร้ายกำลังพูดหรือเล่าเหตุการณ์ต่างๆจนกว่าคนร้ายจะเล่าจบ เพื่อสร้างความไว้ใจให้กับคนร้าย เหมือนเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สามารถช่วยเหลือเขาได้

เมื่อพูดถึงชีวิตประจำวันของเรา โดยปกติแล้วคนเราจะต้องคิดว่าสิ่งที่เราพูดนั้นถูกต้องถึงได้เตือนคนนั้นคนนี้ไม่ให้ทำสิ่งใดๆ แต่กลับไม่ฟังความคิดเห็นจากบุคคลนั้นแต่อย่างใด ทำให้การที่จะทำให้ผู้ที่ฟังเราพูดไม่ทำตามหรือไม่ซึมซับสิ่งที่เราพูดออกไปนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่ต้องการให้ลูกที่ติดเกมส์เลิกเล่นเกมส์ ในชีวิตจริงแล้ว คุณแม่ก็จะเข้าไปบอกลูกว่าให้เลิกเล่นนะ มันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเป็นการข้ามขั้นตอนที่ 4 ไปขั้นตอนที่ 5 เลย ทำให้ลูกไม่เข้าใจและเชื่อฟังในสิ่งที่เราพูด ดังนั้น ถ้าคุณแม่ต้องเข้าไปคุยกับลูกตรงๆเลยว่า ทำไมถึงชอบเล่นเกมส์ และฟังสิ่งที่เขาพูดจนหมดอย่างตั้งใจ

 

ขั้นตอนที่ 2 ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาเล่าให้เราฟัง

เมื่อ FBI ได้รับฟังเรื่องที่คนร้ายเล่าเสร็จแล้ว เขาจะทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันมีเหตุมีผลยังไงที่ทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนี้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่คนร้ายพูดออกมามันจะขัดแย้งกับความจริงหรือความคิดของ FBI ก็ตาม เมื่อสามารถเรียบเรียงเรื่องได้แล้ว ก็จะนำมาวิเคราะห์แผนและคำพูดต่อไปว่าควรจะใช้คำพูดยังไงในการทำความเข้าใจกับคนร้ายในตอนขณะนั้น

สำหรับการใช้ขั้นตอนที่ 2 ในชีวิตประจำวัน ก็ให้เรานำสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง นำมาคิดด้วยหลักเหตุและผลที่ถูกต้อง ให้เราคิดว่าถ้าเราเป็นเขา เราจะทำแบบนั้นไหม และถ้าเราอยู่ในจุดนั้นจะตัดสินใจยังไงต่อไป

ขั้นตอนที่ 3 สร้างความเข้าใจกันระหว่างเรากับเขา

หลักจากที่ FBI ได้วิเคราะห์เรื่องราวของคนร้ายที่เล่นให้ฟังไปแล้ว ก็จะทำการพูดแบบเปิดอกกันเหมือนเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับคนร้าย อาจจะมีการนำเรื่องเหตุและผล หรือวิธีการแก้ไขปัญหาสำหรับคนร้ายเขามาพูดด้วย ซึ่งจะทำให้จิตใจของคนร้ายดีขึ้น และอยากหลุดออกไปจากความรู้สึกแบบนั้นให้ได้

ในการใช้ความรู้เรื่องการโน้มน้าวใจแบบ FBI มาใช้ในชีวิตประจำขั้นตอนที่ 3 ก็ให้เราเปิดอกคุยกันต่อเลย โดยใช้หลักเหตุและผลในการพูดคุยว่าสิ่งที่คุณทำไปมันไม่ดีนะ เพราะอะไรถึงไม่ดี และส่งผลยังไงกับอนาคตของคุณ ซึ่งตอนนี้บุคคลที่เราคุยด้วยก็จะเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งที่เราพูดมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 สร้างการจูงใจให้เกิดขึ้น

เมื่อคนร้ายเริ่มสนใจในสิ่งที่ FBI พูดออกไปแล้ว คนร้ายก็เริ่มจะเปิดใจรับสิ่งที่ FBI พูดมากขึ้น นั่นคือ เป็นขั้นตอนในการจูงใจให้คนร้ายทำสิ่งที่ FBI ต้องการให้ทำต่อไป โดยอาจจะมีข้อแลกเปลี่ยนหรือความช่วยเหลือจาก FBI ที่พูดไปแล้วทำให้คนร้ายอยากจะทำตาม

ในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน เมื่อเราได้เริ่มเปิดอกคุยกับเขาแบบตรงๆแล้วก็จะทำให้เขาเริ่มเปิดใจที่จะยอมรับสิ่งที่เราพูดมากขึ้น เราก็ใช้จังหวะนี้ในการสร้างแรงจูงใจทำให้เขาหันไปสนใจสิ่งอื่นที่ดีมากกว่า โดยอาจจะมีข้อเสนอหรือรางวัลเมื่อเขาทำสิ่งนั้นสำเร็จแล้ว

 

ขั้นตอนที่ 5 เริ่มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

เมื่อ FBI จูงใจคนร้ายสำเร็จ สิ่งที่เขาจะทำต่อไปก็คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนร้ายให้อยากกลายเป็นคนดี ช่วยเหลือสังคม โดยอาจจะค่อยๆปรับพฤติกรรมของคนร้ายไปเรื่อยๆ พร้อมกับบอกว่าเมื่อคุณทำดีไปแล้วจะได้รับผลอะไรตอบแทนมาบ้าง ทำให้ชีวิตของคนร้ายดีขึ้นอย่างไร นั่นทำให้คนร้ายจะต้องๆซึมซับและทำตามจนเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองในที่สุด

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วที่เราจะโน้มน้าวใจคน ก็คือ การสร้างกิจกรรมให้เขาทำทุกวันจนเกิดเป็นนิสัย และต้องเป็นกิจกรรมที่เขาสนใจอยากจะทำ จนเขาชอบและทำมันจนสำเร็จ

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับการใช้เทคนิคของ FBI ในการโน้มน้าวใจคนขั้นสูง ที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา เพื่อให้เราสามารถพูดกับผู้อื่นด้วยหลักเหตุและผล โดยต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย เพราะถ้าต่างคนต่างเข้าใจกันแล้ว การจะพูดคุยให้เขาปฏิบัติตามเราก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *