11 เรื่องจริงในประวัติศาสตร์ที่คุณควรรู้ แต่โรงเรียนไม่ได้สอนไว้

เราอาจจะได้รับความรู้มากมายจากการเรียนในห้องเรียน แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดของความรู้ที่มีอยู่ในโลก เพราะมีเรื่องราวอีกมายมายที่คุณยังไม่เคยได้รู้ และพวกมันก็ไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในตำราเรียนภายในห้องเรียนของคุณแต่อย่างใด อย่างเช่นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ที่เรานำมานำเสนอในวันนี้ กล่าวได้ว่าเป็นความรู้ที่คุณยังไม่เคยได้ฟังมาก่อนแต่อย่างใด เพราะมันไม่ได้มีการพูดถึงอยู่ในตำราเล่มไหนของคุณ ซึ่งจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

 

1.อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เกือบได้เป็นประธานาธิบดี

มีเรื่องเล่าว่าเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ปี 1952 นายกรัฐมนตรีของประเทศอิสราเอลได้เสนอตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศอิสราเอลแก่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์นักฟิกส์ผู้โด่งดัง แต่เขากลับปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขาไม่มีความสามารถในการบริหารคนมากนัก

 

2.พ่อและแม่ของ King Tutankhamun เป็นพี่น้องกัน

จากผลการศึกษาดีเอ็นเอของ King Tutankhamun เมื่อไม่นานมานี้ ยืนยันได้ว่าอาการป่วยที่ค่อนข้างรุนแรงของพระองค์มีสาเหตุมาจากการร่วมประเวณีกันในหมู่ญาติ นั่นก็หมายความว่าพ่อแม่ของพระองค์เป็นพี่น้องกันนั่นเอง

 

3.มีคนเคยเอากระสอบแป้งมาใส่แทนเสื้อผ้าจริง

ในช่วงทศวรรษ 1930 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในอเมริกา ผู้หญิงไม่สามารถที่จะเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ได้มากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเอาถุงผ้าฝ้ายมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่แทน

 

4.พบนกยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

มีการพบซากดึกดำบรรพ์ของนกอาร์เจนทาวิส แมกนิฟิเซนส์ (Argentavis magnificens) ซึ่งเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่อาร์เจนตินาในปี 1979 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ามันเคยมีชีวิตอยู่บนโลกของเราเมื่อราว ๆ 6 ล้านปีก่อน โดยมีความกว้างของปีกราว 6 – 8 เมตร และมีความสูงถึง  2 เมตร

 

5.ข้อความ sos ที่ชวนสงสัยและน่าสะพรึงกลัว

ในปี 1948 มีเรือหลายลำที่เดินทางผ่านน่านน้ำของประเทศมาเลเซียได้รับข้อความ sos ที่ดูแปลก ๆ โดยเรือสัญชาติอเมริกันสองลำได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ชื่อ SS Ourang Medan ซึ่งในข้อความขอความช่วยเหลือนั้นบอกว่า “เจ้าหน้าที่ทั้งหมดรวมทั้งกัปตันตายแล้ว และลูกเรือทั้งหมดก็อาจจะตายและ…ฉันกำลังจะตาย”

เมื่อพวกเขาเดินทางไปถึงเรือลำนั้น พวกเขาพบว่าลูกเรือทุกคนนอนตายราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้าของพวกเขาแต่ละคนแสดงออกซึ่งอาการหวาดกลัวสุดขีด โดยที่มือไม้ของพวกอยู่ในลักษณะที่ดูเหมือนกำลังพยายามปกป้องตัวเองอย่างสุดชีวิตจากสิ่งที่พวกเขาได้เห็น แม้แต่สุนัขที่นอนตายก็แสดงออกในลักษณะการเดียวกัน และสิ่งที่ชวนให้ขนหัวลุกเป็นที่สุดก็คือไม่มีร่องรอยของความบาดเจ็บใด ๆ ปรากฏบนร่างกายของพวกทั้งสิ้น

 

6.บริการปลุกให้ตื่น

ก่อนที่โลกนี้จะได้รู้จักนาฬิกาปลุก เคยมีอาชีพที่คุณอาจนึกไม่ถึงเลยก็ได้ว่าจะมี ซึ่งก็คืออาชีพรับจ้างปลุกคนให้ตื่นนอน ซึ่งพวกเขาจะมีวิธีปลุกคนให้ตื่นโดยใช้ไม้เคาะประตูหรือไม่ก็จะใช้วิธีใช้วิธียิงเมล็ดถั่วแห้ง ๆ เข้าไปยังช่องหน้าต่างเพื่อที่จะปลุกคนที่ยังนอนขี้เซาให้ตื่นขึ้นมา

 

7.พบปิรามิดคริสตัลขนาดยักษ์

ได้มีการค้นพบปิรามิดคริสตัลขนาดใหญ่  2 แห่ง ซึ่งอยู่ใต้ท้องทะเลลึกกว่า 6,000 ฟุตโดยการใช้เทคโนโลยีโซนาร์  ซึ่งพวกมันดูเหมือนทำมาจากแก้วคริสตัลที่มีความหนา และมีขนาดใหญ่กว่าพีระมิดกิซาในอียิปต์เสียอีก เอ๊ะ!หรือว่ามันจะเป็นแท่งคริปโตไนท์กันแน่เนี่ย

 

8.สตาลินเป็นคนที่คิดค้น Photoshop ได้เป็นคนแรกของโลก

กล่าวกันว่าทุกครั้งที่โจเซฟสตาลิน ผู้นำในตำนานของสหภาพโซเวียตได้รับแจ้งว่ามีใครเสียชีวิตหรือหายตัวไป เขาจะสั่งลบภาพของผู้ที่เสียชีวิตหรือสูญหายออกจากรูปทุกรูปที่มีภาพของพวกเขาทันที งั้นรู้แล้ว! Photoshop ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสตาลินนี่เอง

 

9.ศพของนักบุญบางคนดูเสมือนว่ากำลังนอนหลับอยู่

เชื่อกันว่านักบุญที่เสียชีวิตศพจะไม่เน่าไม่เปื่อยและจะมีสภาพไม่ต่างอะไรจากคนนอนหลับเลยทีเดียว อย่างเช่นศพของนักบุญเซซิเลียซึ่งเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 177 ที่แม้กาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานถึง 1,700 ปีแล้วก็ตามแต่ศพของเธอก็ยังดูไม่ต่างอะไรกับสมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติใด ๆ ทั้งสิ้น

 

10.พบเงื่อนงำที่อาจนำไปสู่ที่ซ่อนของจอกศักดิ์สิทธิ์

ณ อนุสาวรีย์ของคนเลี้ยงแกะในเมือง Staffordshire ประเทศอังกฤษได้มีการพบอักษรจารึกปริศนาที่อ่านได้ว่า DOUOSVAVVM ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือใคร และหมายถึงอะไร แต่ก็เชื่อกันว่าอาจเป็นข้อความที่อัศวินเทมพลาร์ได้ทิ้งเอาไว้เพื่อบอกถึงตำแหน่งที่อยู่ของจอกศักดิ์สิทธิ์

 

11.มัมมี่ที่น่ากลัวที่สุด

the Guanajuato Mummies คือมัมมี่ที่น่าสยดสยองที่สุดในโลก เนื่องจากการแสดงออกบนใบหน้าของพวกเขาบอกได้ถึงความตายอย่างทุกข์ทรมานจากการถูกฝังทั้งเป็นหรือถูกทรมานจนตาย

ในโลกนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เราไม่รู้ และไม่เคยรู้มาก่อนถึงแม้เรื่องบางเรื่องจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ก็กล่าวกันพวกมันคือเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งเราควรที่จะเปิดใจให้กว้างที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นได้   มันอาจจะกลายเป็นความจริงได้เหมือนกัน

Source : Brightside

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *