มาทำความรู้จักกับ เเมคโดนัลด์ สุดยอดฟาสฟู๊ดยอดฮิตที่ทั่วโลกรู้จัก

“You Deserve A Break Today” (1970)

“At McDonald’s, We Do It All For You” (1970)

“It’s A Good Time For The Great Taste Of McDonald’s” (1980)

“We Love To See You Smile”

“I’m Lovin’ It”.

ทั้งหมดเป็นประโยคยอดฮิตในปีต่างๆของร้านเเมคโดนัลด์ ร้านอาหารฟาสฟู้ดชื่อดัง

เรื่องราวของร้านอาหารจานด่วน ฟาสต์ฟู้ด ในอเมริกา เริ่มต้นจากร้านอาหารประเภท Drive in คือจะเป็นร้านเล็ก ๆ ไม่มีพื้นที่สำหรับรับประทานในร้าน  แต่มีพื้นที่ให้คนขับรถมาสั่งซื้ออาหารแล้วพนักงานจะนำมาให้ที่รถ ลูกค้าต้องนำไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น

ร้านแรกที่ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแบบ Drive in แห่งแรกเปิดขึ้นในเมืองฮอลลีวู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ยุคปี 30 ก็ถือว่าเป็นยุคแห่งการกำเนิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีชื่อเสียง ก่อตั้งโดยพี่น้องตระกูล Carpenter และ Sydney Hoedemaker จากรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป็นผู้ริเริ่มรูปแบบของการบริการแบบสะดวกซื้อแนวใหม่นี้ โดยมีพื้นที่ให้รถลูกค้าเข้ามาจอด เพื่อสั่งอาหารแล้วจะมีพนักงานมาเสิร์ฟอาหารให้ถึงรถ พ่อบ้านแม่บ้าน และวัยรุ่นสมัยนั้นนิยมที่จะขับรถมาซื้อ จนกลายเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และรู้จักกันดีทั้งในอเมริกา จนในขณะนี้ สามารถขยายกิจการไปทั่วโลก

ในปี 1940 Dick และ Marice สองพี่น้องตระกูลเเมคโดนัลด์ ได้ย้ายเข้ามาจาก นิวแฮมเชอร์ เข้ามาอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ทั้ง 2 เปิดร้านอาหารแบบ Drive in โดยใช้ชื่อว่า Dimer ขายอาหารในราคาเหรียญ 10 เซนต์

ฟาสฟู๊ดแบบ Dimer เป็นจุดเริ่มของธุรกิจร้านอาหาร ของ 2 พี่น้องเเมคโดนัลด์ ตั้งอยู่ที่ถนน E 14 เมือง San Bernadino จอดรถได้ทั้ง 8 ด้าน บริเวณทำอาหารเปิดโล่งที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งยังไม่มีร้านใดที่เปิดให้ลูกค้าได้เห็นวิธีการทำอาหารอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการที่อาหารราคาถูกแค่ 10 เซนต์ ร้านของ 2 พี่น้อง จึงถือว่าประสบความสำเร็จ

หลังจากพบกับปัญหาต่าง ๆ มากมายในการบริการแบบ drive in ทั้งในส่วนจองการสั่งอาหาร ที่จอดรถ และการบริการที่ล่าช้า สองพี่น้อง จึงตัดสินใจปิดร้านเป็นเวลา 3 เดือน แล้วจัดระบบใหม่ รวมทั้งคิดรูปแบบของการให้บริการขึ้นมาใหม่ และได้เปิดร้านใหม่ขึ้นอีกครั้ง ระบบใหม่ที่สั่งอาหารผ่านช่องหน้าต่างก็ได้ โดยไม่ต้องผ่านพนักงานรับออเดอร์ ทำให้สามารถบริการลูกค้าเร็วขึ้น มีการเปลี่ยนถ้วยชามเป็นกระดาษ เน้นความรวดเร็ว แฮมเบอร์เกอร์กลายเป็นเมนูยอดนิยม จนต้องมีการตัดตั้งเทอร์โมมิเตอร์ที่ไม่ได้ใช้วัดอุณหภูมิ หากแต่เอาไว้ใช้นับจำนวนของแฮมเบอร์เกอร์ที่ขายไปทั้งหมด

Ray Kroc เปลี่ยนชื่อ McDonald’s System Inc (MSI) มาเป็น McDonald’s Corporation เพื่อดูแลการขายเฟรนไชส์ให้กับแมคโดนัลด์ และได้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเเมคโดนัลด์มีสาขารวมแล้วกว่า 300 สาขา ทั่วอเมริกา จึงได้มีการตั้งมหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์ขึ้นมา ที่ Elk Grove Village รัฐ Illinois เพื่อสอนให้กับเจ้าของร้าน ในการเปิดร้านเเมคโดนัลด์ โดยเน้นไปที่มาตรฐานของ สินค้า,สถานที่, ราคา และโปรโมชั่นของทางร้านเเมคโดนัลด์ ขยายอย่างรวดเร็ว ในเวลาถัดมา

หลังจากมีการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่อย่าง Ray Kroc อย่างเต็มตัว  ได้ใช้กลยุทธ์การโปรโมชั่นอาหารควบคู่ไปกับกลยุทธ์ทางการตลาดอื่นๆโดยก่อนหน้านี้ได้มี ความพยายามหลายครั้งที่จะเน้นไปที่รูปแบบของการโฆษณา และโปรโมชั่น แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก 2 พี่น้องเเมคโดนัลด์ แต่เมื่อได้เป็นเจ้าของอย่างเต็มตัวแล้ว เขาก็เริ่มมีการโปรโมชั่นอย่างเต็มที่ โดยจับกลุ่มเป้าหมายไปที่กลุ่มเด็ก มีคุณ Goldstien เป็นผู้รับผิดชอบตอนนั้นถือได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของทีวีในอเมริกา

แบรนดังอย่าง เเมคโดนัลด์ได้ใช้ตัวตลกโบโซ่ เป็นจุดขายของเเมคโดนัลด์ มีลักษณะชอบร้องเพลงและเต้นรำ ในดินแดนแห่งเเมคโดนัลด์ ในตอนแรกยังไม่ได้มีชื่อเรียกเด็ก ๆ รู้จักในนามของตัวตลกโบโซ่ จึงมีการตั้งชื่อขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า Archie McDonald ชื่อ Archie มีที่มาจาก Arches ซึ่งเป็นสัญลักษณ์โค้งของเเมคโดนัลด์ แต่ว่าในตอนนั้นมีนักจัดรายการที่มีชื่อเสียง ชื่อว่า Archy McDonald อยู่ในชิคาโก Willard Scott ผู้แสดงเป็นตัวตลกโบโซ่ จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Ronald McDonald และได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 1963 มีรองเท้าเป็นรูปขนมปัง มีถ้วยเป็นจมูก มีถาดเบอร์เกอร์เป็นหมวกที่ทำมาจากฟองน้ำ มีหัวเข็มขัดเป็นรูปเบอร์เกอร์

Big Mac ถูกเพิ่มเข้าไปในรายการอาหาร ถึงตอนนี้ไม่มีใครสนใจนับยอดขายแฮมเบอร์เกอร์ของร้านเเมคโดนัลด์ อีกแล้ว เพราะยอดพุ่งไปถึง 4 พันล้านชิ้น ด้านการทำโปรโมชั่นซึ่งถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญของเเมคโดนัลด์ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1960 มีการตั้งแผนกการตลาดขึ้นมาในปี 1960 หลังจากนั้นก็เริ่มมีการแนะนำอาหารชุดต่างๆ ให้กับลูกค้า เริ่มด้วย ชุด All American Meal ที่ประกอบด้วย Hamburger, Fries และ Shake ในราคา 45 เซนต์

จากข่าวล่าสุดที่มีการประกาศ สหภาพแรงงาน BFAWU ประกาศว่า “พนักงานที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่มีความเหมาะสม”หลังจากพนักงานเรียกร้องค่าจ้างอย่างน้อย 10 ปอนด์ ต่อชั่วโมงและชั่วโมงทำงานที่มากขึ้น ควบคู่ไปกับการได้รับสิทธิต่างๆ

ปัจจุบันทางร้านแมคโดนัลด์ ที่มีพนักงานประมาณ 85,000 ในสหราชอาณาจักรและทั่วโลกหนึ่งล้าน แมคโดนัลด์ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยให้พนักงานในอเมริกาจะได้รับเงิน (£11.65) 15 ชั่วโมง ส่วนในประเทศอังกฤษที่ 7.50 ปอนด์ สำหรับคนอายุ มากกว่า25 และ £7.05 สำหรับผู้มีอายุ 21-24 โดยสหภาพนานาชาติของพนักงานบริการ

Source : Independent

Image : 1 2 3 4 5 6

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *