ญี่ปุ่นแหวกแนว เปิดสอบวัดระดับแมว ให้กับสาวกทาสแมวทั้งหลาย

ทาสแมวคงจะรู้สึกตะขิดตะข่วงใจไม่ใช่น้อย หากแมวสุดที่รักของคุณไม่เข้าใจภาษาที่คุณสื่อสาร ทำให้หลายคนที่ต้องการอยากจะเลี้ยงแมว แต่ไม่มีความรู้ประสบการณ์มากพอ เริ่มท้อถอยที่จะเลี้ยงหรือเข้าใจนิสัยของพวกมันได้ ถึงอย่างไรแล้ว หากคุณมีความใฝ่ฝันที่จะเข้าใจหัวอกของแมวได้จริงๆ ทางญี่ปุ่นก็ได้มีการจัดการปัญหาและวิจัยถึงหลักข้อนี้อย่างจริงจัง ในเรื่องหลักสูตรและคุณลักษณะนิสัยของแมวพันธุ์ต่างๆ และได้มีการเปิดสอบวัดระดับความรู้ในเรื่องของแมวด้วย!

สาเหตุที่ทำให้เกิดการจัดสอบวัดระดับแมวนี้ขึ้นมา เนื่องด้วยจากความนิยมแมวพันธุ์ต่างๆ ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างบ้านเรากับบ้านเขา ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่รักแมวและนิยมเลี้ยงแมวจำนวนมาก เหตุเพราะความน่ารักและไม่ส่งเสียงดังจนเกินไป ทั้งยังมีความเชื่ออีกด้วยว่า ใครเลี้ยงแมวจะเสริมสร้างสิริมงคลได้เป็นอย่างดี

ล่าสุดเรื่องเหล่านี้ พวกคุณอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมากๆ แต่สำหรับในประเทศญี่ปุ่น ช่วงมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้สนใจสมัครเข้าสอบวัดความรู้แมวมากถึง 8000 คนในมหาวิทยาลัย โทไก แต่ไล่ระดับตั้งแต่เด็กประถมไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ทำงานเลยทีเดียว เพื่อต้องการมาสอบวัดความรู้ในเรื่องของแมวที่หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อน

 

จุดเริ่มต้น

เรื่องราวเกิดขึ้นมาจากร้านหนังสือเฉพาะด้านว่าด้วยเกี่ยวกับเรื่องของแมวล้วนๆ ชื่อ nyankodo ซึ่งถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับแมวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัยของแมว สภาพแวดล้อมที่อาจมีผมต่อด้านจิตใจแมว รวมไปถึงอารมณ์ความรู้สึกของการกินอาหาร ที่ทาสแมวจะต้องใส่ใจอย่างลึกซึ้ง ถึงอย่างนั้นเองแล้ว นอกจากจะบอกเรื่องราวความรู้ในด้านนี้อย่างเต็มเปี่ยม ทางร้านก็ยังออกหนังสือไกด์ไลน์เกี่ยวกับการวัดความรู้แมวมาให้ด้วย ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมีคนให้ความสนใจกับการสอบวัดความรู้แมวได้มากมายขนาดนี้

 

สอบไปทำไม?

แน่นอนว่าทุกอย่างมักจะมีการตั้งคำถามย้อนแย้งก่อนเสมอว่าสอบวัดระดับแมว สอบไปเพื่ออะไร? ซึ่งความจริงแล้ว ถ้าเราลองสังเกตดู ถึงมันจะไม่ได้เริศหรูสำคัญเท่ากับหน้าที่การงาน แต่สิ่งเหล่านี้ เป็นการจัดสอบขึ้นเพื่อเพิ่มความรู้ให้กับทาสแมวในเรื่องของแมวมากขึ้น ถึงแม้ว่าผู้สอบจะไม่ผ่านข้อสอบ แต่ก็ได้รับความรู้เรื่องของแมวไปเต็มๆ เพื่อนำกลับไปปรับใช้ให้แก่สัตว์เลี้ยงตัวเอง ให้อยู่ได้อย่างมีความสุขอีกด้วย การสอดวัดความรู้แมวนี้ มีการจัดสนามสอบถึง 5 สนาม และก็ได้ผลตอบรับที่ดี จนอาจต้องมีการเปิดสอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลยทีเดียว

 

ค่าใช้จ่ายในการสอบ

ในการสอบ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่จะสมัครสอบจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับ นั่นคือระดับง่ายกับระดับกลาง ซึ่งระดับง่ายจะอยู่ในราคา 4,600 เยน (1,380 บาท ) เวลาสอบตั้งแต่ 13.00 น.  และระดับกลาง ราคา 5,600 เยน ( 1,680 บาท) เวลาสอบ  15.00 น. หรือจะสอบทั้งสองระดับไปด้วยกันเลยก็ได้ ในราคา 9,000 เยน  ( 2700 บาท ) ข้อสอบจะเป็นแบบหัวข้อให้เลือก ซึ่งจะประกาศคะแนนพร้อมเฉลย

 

แนวข้อสอบเป็นแบบไหน?

แนวของสอบของสอบวัดระดับแมว จะเป็นเรื่องนับตั้งแต่เบสิคแรกๆ ไปจนถึงเรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับแมว ไม่ว่าจะเป็นแมวทุกสายพันธุ์ฟันจะผุยาก หากแมวกำลังกัดเล็บอยู่ นั่นหมายความว่า มันกำลังวิตกกังวลถึงสิ่งที่ตามมา หากมันขี้เรี่ยราดไม่ใส่กระบะดีๆ ทั้งๆที่เราก็เคยสอนหรือฝึกมันมาแล้ว แสดงว่ามันกำลังโกรธคุณอยู่ หรือกระทั่งตอนที่มันเอาตัวมาคลอเคลียถูไถคุณ นั่นก็แปลว่าเป็นการประกาศว่ามันเป็นเจ้าของคุณ และพร้อมที่จะให้คุณเป็นทาสความน่าเอ็นดูของมันไปตลอดกาล อย่างนี้เป็นต้น…  ถ้าใครที่อยากรอบรู้เรื่องแมว ที่มากกว่าคำว่า เหมียวๆ ก็ต้องลองไปสอบดูเอา (แต่จะต้องเก่งภาษาญี่ปุ่นด้วย) จะทำให้เข้าใจภาษาแมวมากขึ้นไปอีก เห็นอย่างนี้แล้ว สาวกคนรักแมวก็คงต้องลองไปสอบกันหน่อยแล้วล่ะ!

 

เปิดสอบอีกที ช่วงไหน!

เมื่อผลตอบรับดีเกินคาดแล้ว การเปิดสอบรอบตัวไปเพื่อเป็นความรู้ให้กับคนรักแมว ก็ย่อมตามมาเรื่อยๆ โดยเมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งจะมีการประกาศผลสอบไปเอง เพราะฉะนั้นแล้ว ในวันสอบรอบต่อไปจะเป็นวันที่ 25 มีนาคม ปีหน้า โดยจะเริ่มรับสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2018 ซึ่งก่อนหน้านั้นก็จะเริ่มมีไกด์บุ๊คออกมาวางจำหน่ายเพื่อเป็นแนวข้อสอบให้กับผู้ที่สอนใจสอบวัดระดับแมว ซึ่งผลตอบรับของผู้เข้าสมัครในปีหน้า คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเป็นหลักหมื่นคนอย่างแน่นอน

 

ความสำคัญของแมวและองค์กรญี่ปุ่น

 

การเปิดสอบวัดระดับแมว ไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะหลายบริษัทของญี่ปุ่นก็เริ่มมีการนำแมวมาอยู่ในบริษัทเพื่อบำบัดความเครียดพนักงานแล้วเหมือนกัน เพราะฉะนั้น นอกจากจะต้องดูแลบุคลากรคนในบริษัทแล้ว การดูแลบุคลากรแมวก็เป็นสิ่งสำคัญมากอีกด้วย เพราะฉะนั้นการเปิดสอบวัดความรู้แมวนี้ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์กรณ์เห็นความสำคัญของแมวและอุปนิสัยแมวมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้รู้หลักว่าแมวต้องการอะไร และต้องทำแบบไหนถึงจะเลี้ยงดูแมวได้อย่างอิสระ ไม่ให้พวกมันหงุดหงิดหรือโมโห ยังไงก็ตาม หากประเทศไทยมีการจัดอะไรดีๆแบบนี้ได้ ก็คงจะเป็นสิ่งที่แปลกตาหรือน่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวครับ

Source : Mthai  Catdumb kentei-uketsuke

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *