เจาะลึก American Made หนังย้อนยุคสุดยอดอาชญากรแห่งปี 2017

ใครเลยจะรู้ว่า การเจาะลึกประวัติชีวิตจริงของผู้ก่อร้ายและอาชญากรจอมเจ้าเล่อย่าง แบร์รี่ ซีล จะถูกนำมาสร้างเป็นหนังสุดระทึกได้ โดยที่ตัวหนังไม่ได้เน้นถึงความหนักเบาของฉากบู๊เลย แต่จะเน้นไปที่ไหวพริบและความเสี่ยงตายของแผนการขนโคเคนเสียมากกว่า แน่นอนว่า หนังได้ถูกสร้างออกมาในชื่อของ American Made ซึ่งนำแสดงโดย ทอม ครูส และได้รับคำวิจารณ์ในด้านดี ทั้งการเดินเรื่องและลูกเล่นของการมัดใจคนดู

โดย หนังเรื่องนี้ บอกเล่าถึงแผนการอันแยบยล และการตัดสินใจที่กดดันของ แบรี่ ซีล ซึ่งต่างจากโปสเตอร์หนังที่ดูไม่ค่อยชวนจะอยากซื้อบัตรเดินเข้าไปดูมากนัก แต่ขอบอกว่าหนังเล่าเรื่องได้ผิดคาดจากที่คิดไว้มาก เหตุเพราะการวางแผนเรื่องราวและการนำเสนอไม่น่าเบื่อจำเจจนเกินไป ทำให้มิติของหนังวนเวียนอยู่ในโลเคชั่นที่หลากหลายมาก ซึ่งก็ไม่แปลกที่หนังจะถ่ายทำในสถานที่มากมายเพราะ แบรี่ หรือตัวเอกของเราต้องรับภารกิจไปส่งของและบินลาดตระเวนไปด้วยเกือบทุกที่

หลายคนอาจจะคิดว่า ทำไมหนัง American Made ต้องนำเสนอในมุมมองสถานที่แตกต่างกันด้วย เหตุเพราะเรื่องราวจะเป็นเรื่องของ แบรี่ ซิล นักบินสายการบิน TWA ที่ลักไก่หารายได้เสริมด้วยการขนซิก้าหนีภาษี เพื่อเอาไปปล่อยขายให้กับตลาด แม้ว่าการทำแบบนี้จะผิดกฏหมาย แต่ก็ได้รับกำไรเพิ่มมาเป็นกอบเป็นกำ  แน่นอนว่าเรื่องนี้ ทางเจ้าหน้าที่ CIA ได้รู้และเฝ้าจับตามองเขา แทนที่จะเข้าจับกุมไปเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่ CIA คนหนึ่ง นามว่า เชฟเฟอร์ ได้ยื่นข้อเสนอเขาเพื่อแลกกับการจับกุม โดยการให้เขาลักลอบถ่ายภาพพื้นบริเวณจากมุมสูงทางอากาศของกลุ่มผู้ก่อการร้าย เพื่อเป็นข้อมูลให้ทางตำรวจวางแผนจัดการกันต่อไป โดยงานเหล่านี้จะมีความเสี่ยงบ้างจากการป้องกันพื้นที่ของกลุ่มผู้ก่อการร้าย และโชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้ง เมื่อเจ้าพ่อขนยาอันดับ 1 ของโลก พาโบล เอสโคบาร์ ได้ยื่นข้อเสนอให้เขาร่วมงานลักลอบขนโคเคน

แบรี่ ซิล ตัดสินใจรับงานขนโคเคนนี้ และเลือกที่จะวางแผนสลับกันกับงาน CIA ไปด้วย ความน่าตื่นเต้นจะอยู่ตรงนี้ ที่พระเอกของเราจะต้องสลับแผนการอันแยบยลโดยการบินลาดตระเวนและส่งโคเคนไปในเวลาไล่เลี่ยกัน และที่สำคัญ อย่าให้ทางตำรวจจับได้เป็นอันขาด ซึ่งความกล้าได้กล้าเสียของหนังเรื่องนี้จะออกแนวไปทางเล่นกับคนดู และตัดผ่านการเล่าเรื่องแบบไม่มีฉากบู๊แต่ทำให้คนดูสนุกและติดตามนั่นเอง  ซึ่งผู้กำกับ ดัก ลิแมน จากผลงานที่มา นั่นคือ Edge Of Tomorrow (2014) ที่นำแสดงโดย ทอม ครูส ด้วยนั้น  ก็ทำให้การร่วมงาน American Made ในครั้งนี้ มีความสนุกและลดภาวะความกดดันของหนังไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าหนังจะกดดัน และคาดเดาได้ง่าย แต่ลิแมนก็แอบมีลูกเล่นที่ทำให้ไม่เบื่อเลยตลอด 1 ชั่วโมง 55 นาที

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้  คือฉากขนโคเคนบนรันเวย์ ซึ่งเป็นสถานที่ซ่อนอันแยบยล ที่ต้องเอาเครื่องลงกลางหุบเขา และต้องใช้ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นที่ แบรี่จะต้องคิดหาทางส่งโคเคนให้ได้  เรื่องที่น่าเหลือเชื่อของแบรี่ ทำให้เรามักจะระทึกไปกับเขาได้ทุกช่วงเวลา การันตรีจากป๋า ทอม ครูส ได้อยู่แล้ว สำหรับพระเอกหน้าหนุ่มตลอดกาลของเขา โดยหนังเรื่อง American Made ใช้ทุนการสร้างหนังไปเพียงแค่ 80 ล้านเหรียญ แต่มีแววที่หนังจะทำรายได้เกินกว่า 500 ล้านเหรียญทั่วโลก ทั้งๆที่หนังได้ค่อยได้รับการโปรโมทอะไรมากนัก ที่แน่ๆเลย ยิ่งโปสเตอร์ ก็ยิ่งทำให้เราดูไม่ออกว่าหนังจัดอยู่ในโหมดแบบไหน มีเพียงคนที่รู้เรื่องประวัติคร่าวๆของ แบรี่ ซิล จริงๆ ถึงจะอยากดูและยอมซื้อบัตรเข้าไปดูได้ อีกส่วนหนึ่งก็คือฐานแฟนๆ ป๋า ทอม ครูส ที่ชื่นชอบฉากบู๊มันส์ แต่หนังเรื่องนี้อาจจะผิดคาดนิดหน่อยจากโปสเตอร์ที่หลอกตา เนื่องจาก American Made ให้กลิ่นอายของการแก้ไขสถานการณ์และไหวพริบได้ดีกว่าฉากต่อสู้ และหนังก็ได้นำเสนอในรูปแบบของอาชญกรมากกว่า CIA

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทุนหนังส่วนใหญ่หมดไปกับอะไร ถ้าไม่ใช่จาก พระเอกของเรา เพราะฉะนั้น หนังเรื่องนี้จะเป็นการใช้ พระเอก ทอม ครูส ได้คุ้มมากๆ บวกกับยุคสมัยก่อน ที่การสื่อสารยังไม่ล้ำสมัยเท่านี้ ทำให้มีช่องโหว่ในการทุจริตได้ง่ายมาก หนังจะอิงไปที่ความวุ่นวายเป็นหลัก ยิ่งเรื่องของการเจรจา ตัวหลักที่ต้องใช้จะเป็นตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งจะต้องใช้เยอะมาก

แนวหนังคุมโทนออกมาได้ไม่เบื่อ มีการย้ำเตือนถึงผลการกระทำ แบรี่ ด้วยว่า สุดท้ายแล้ว ที่ของแบรี่ที่ควรจะไปอยู่เป็นอย่างไร สมแล้วที่ American Made ได้รับคำวิจารณ์ในด้านบวก ทั้งของ IMDB และ Rottentomatoes ซึ่งน่าจะจับกลุ่มแฟนๆที่มีอายุในช่วงยุค 80 ได้เป็นอย่างดี (สมัยนี้ก็ 30+) อย่างไรก็ตาม หากใครที่ชอบดูหนังแบบไม่ซับซ้อนแต่แฝงไปด้วยเล่ห์กลซับซ้อนก็ควรดูหนังเรื่องนี้ ซึ่ง ดัก ลิแมน นำเสนอเทคโนโลยีสมัยก่อนออกมาได้เจ๋งมากๆ ถึงการวางแผนและการใช้เพื่อส่งโคเคน ทั้งฝีมือการแสดงของ ทอม ครูส ก็ช่วยชูโรงให้บรรยากาศไม่เงียบหรือจืดจางเลยแม้แต่นาทีเดียวเช่นกัน

Source : Rottentomatoes  Majorcineplex  Beartai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *