ในอนาคตโลกจะไร้เงินสดอีกต่อไป Cashless Society เตรียมเปิดตัวในจีน

มีการนำเสนอถึงนโยบายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงถึงค่าการใช้จ่ายเงินสดทั่วโลก แน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้นี้ การที่ประเทศเราจะเปิดโอกาสว่าด้วยธุรกรรมการเงินต่างๆโดยไม่ใช้เงินสดหรือเหรียญอีกต่อไป หรือที่เราเรียกกันว่า Cashless Society  ย่อมเป็นสิ่งที่ค่อนข้างพูดยาก ไม่ใช่แค่ประเทศเราประเทศเดียว แต่หมายรวมถึงประเทศต่างๆด้วย การผูกมัดอะไรหลายอย่างที่จะก่อเกิดในอนาคตโดยใช้ Cashless เป็นที่ตั้ง ย่อมต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงมากโดยเฉพาะความปลอดภัยต่อการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์ สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้มาตรการที่จะใช้จ่ายสิ่งของหรือบิลอื่นๆได้โดยไม่ต้องใช้เงินสด มีความล่าช้ากว่ามากไปหลายปี เนื่องจากในโลกเราก็ยังมีกลุ่มคนไม่น้อยที่เล็งเห็นช่องว่างของระบบเหล่านี้ เพื่อก่อเหตุความวุ่นวายหรือเสียหายได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม แผนการที่จะสร้างประเทศอันไร้ซึ้งการใช้จ่ายหรือ Cashless ก็ยังมีต่อมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ ธนาคารต่างๆมากมายก็มักจะให้บริการทำธุรกรรมทางการเงินโดยใช้โทรศัพท์ผ่านแอพลิเคชั่นได้แล้ว เพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ต และผูกเชื่อมเข้ากับบัญชีธนาคาร เท่านี้ก็สามารถใช้จ่ายสิ่งของได้บางส่วนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ระบบเหล่านี้ก็ยังไม่เป็นผลพวงของ Cashless ร้อยเปอร์เซ็น เนื่องจากยังมีข้อจำกัดที่จะใช้จ่ายได้อยู่ ทางรัฐบาลแต่ละประเทศจึงเล็งเห็นว่า การใช้ Cashless ควรจะมีการผูดมัดกับสิ่งของมากกว่านี้ หรือแทบจะทุกชนิด เราจะเห็นได้ว่า ธนาคารแต่ละพื้นที่เริ่มที่จะมีการให้บริการการเงินแบบไม่ต้องพกเงินสดมากกว่าแต่ก่อน และจะพัฒนาต่อไปไม่หยุดยั้ง

เท่านั้นยังไม่พอ ทางรัฐยังเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่คนเราจะพกเงินสดหรือเหรียญเอาไว้ติดตัว ทำให้เกิดการจี้ปล้นหรือก่ออาชญากรรมต่างๆเอาได้ ซึ่งถ้าหากว่าเราลองตัดปัญหาเหล่านี้ไปอยู่ในระบบการชำระเงินแบบไม่ต้องพกเงินเลยมันจะดีกว่ามั๊ย? นี่คือสิ่งที่หลายๆประเทศกำลังค้นหาทางออกกันต่อไป

โดยล่าสุดนี้ ทางรัฐบาลจากปักกิ่งก็เริ่มค่อยๆคิดแผนการและเพิ่มแนวโน้มความเป็นไปได้ที่ประเทศจะใช้ระบบ Cashless มากขึ้น เรียกว่าตอนนี้ทางจีนกำลังจะนำหน้าพวกเราไปแบบก้าวกระโดด โดยให้เวลาอีก 10 ปีเท่านั้น ประเทศจีนจะกลายเป็นประเทศที่เข้าถึงระบบแบบไร้เงินสดหรือ Cashless โดยสมบูรณ์ นี่จึงเป็นข้อสรุปที่ว่า ทำไมประเทศจีนถึงจะกลายประเทศมหาอำนาจในอีกไม่ช้า ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทุกอย่างบนโลก แต่เป็นการก้าวนำไปไกลทางด้านเทคโนโลยีหรือระบบองค์กรในประเทศก็ได้ แถมพวกเขาเริ่มที่จะเขียนระบบป้องกันการเจาะลึกเข้าถึงเงินของทุกคน และไวรัสต่างๆแล้วด้วย ซึ่งเราก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

โดยถ้าหากว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ หากโลกเราก้าวไปจนถึงยุคของ Cashless แล้วจริงๆ ผลกระทบหรือความเปลี่ยนแปลงที่ตามมาจะเป็นอย่างไรบ้าง

1.สภาพการธนาคารจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การให้บริการและตู้เคาเตอร์ของพนักงานจะลดน้อยลง ซึ่งแน่นอนว่าผลกระทบของพนักงานย่อมมีมากขึ้น เพราะอาจจะต้องปลดพนักงานที่ไม่จำเป็นออกไป รวมถึงการนำเสนอผูกมัดบัญชีหรือบัตรเครดิตก็จะไม่มีอีกแล้ว ประชากรจะใช้จ่ายเงินได้อย่างอิสระ และยังคงสามารถสร้างวงเงินในการกู้ยืมได้เป็นปกติด้วย แถมไม่ต้องมานั่งจำกัดค่าเงินให้เงินเฟ้อหรือฝืดได้อีก

2.โรงผลิตเงินและโรงกษาปจะไม่มีอีก เหตุเพราะผลกระทบของ Cashless ที่จะวางระบบใหม่หมดทั้งสิ้น ทำให้โรงผลิตเงินค่อยๆสูญหายไป ซึ่งอาจจะเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดการดูแลเรื่องของการหมุนเวียนเงินก็เป็นได้ แต่ก็อย่างว่า ในอนาคตเงินดังกล่าวจะกลายเป็นตัวเลขหรือบาร์โค้ดเท่านั้น ซึ่งก็คงจะต้องใช้ความใส่ใจดูแลน้อยลงหรือมากขึ้นก็เป็นได้

3.เงินจะเป็นเพียงแค่เศษกระดาษ เนื่องจากค่าของมันจะไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายอีกต่อไป ดังนั้นเงินจึงกลายเป็นแค่กระดาษธรรมดาในอนาคต ซึ่งทางรัฐจะนำไปเปลี่ยนแปลงเป็นแบบไหนก็ต้องรอดูกันอีกที

4.สมาทโฟนหรือโทรศัพท์จะมีผลต่อชีวิตมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่โทรศัพท์อย่างเดียว แต่หมายรวมถึงช่องทางอินเตอร์เน็ตออนไลน์ทุกชนิด ที่คุณเข้าถึงได้ มันจะกลายเป็นช่องทางการจ่ายเงินทั้งสิ้น ลองคิดดูว่า ถ้าสมมุติคุณอยากที่จะซื้ออาหารสักหนึ่งอย่าง คุณอาจจะต้องกังวลกับการเดินไปกดตังค์หรือคำนวณตังให้พอ แต่สำหรับยุค Cashless ไม่ใช่ครับ เพราะมันจะคำนวณให้คุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่องทางที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากสมาทโฟนแน่นอน

5.ระบบความปลอดภัยจะเข้าถึงด้วยทางชีวภาพมากขึ้น โดยในที่นี้จะหมายถึงว่า หากคุณจะเข้าถึงระบบการใช้จ่ายแบบดังกล่าว อาจจะจำเป็นต้องมีการสแกนม่านตา พิมพ์ลายนิ้วมือ หรืออะไรก็ตามที่บ่งบอกถึงตัวตนคุณได้ แน่นอนว่าการวัดค่าเหล่านี้สามารถป้องกันระบบการกรรโชกเงินได้ดีขึ้น รวมไปถึงการใช้อัลกอริทึมอ่านเสียงหรือพฤตกรรมของคุณก็เป็นสิ่งที่กำลังทดลองกันอยู่

6.การซื้อขายจะง่ายขึ้นเป็น 4 เท่า เพราะการเปิดโลกของสื่อการขายและระบบช่องทางจ่ายเงินจะสะดวกกว่าเดิม ทำให้การซื้อขาย หมุนเวียนไปอย่างก้าวกระโดด รวมทั้งตอบโจทย์ได้โอเคด้วย แต่ความเสี่ยงที่ระบบเงินจะเข้าไม่ตรงกับหน่วยที่ตั้งไว้ก็มีมากเช่นกัน เนื่องจากการอ่านอัลกอริทึ่มก็ยังมีช่องโหว่ไม่น้อย แถมประสิทธิภาพการใช้งานต่อเนื่องก็ยังไม่ดีสักเท่าไหร่นัก หากระบบเกิดล่มหรือมีปัญหาขึ้นมา อาจทำให้การใช้จ่ายเสียแผนการเป็นลูกโซ่ได้เลยทีเดียว สิ่งเหล่านี้จึงเป็นปัญหาของ Cashless ที่ทั่วโลกหรือที่จีนจำเป็นต้องแก้ไขกันต่อไป

Source : Smmagonline Channelnewsasia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *